Lockdown Brain fog

สำหรับอาการ Lockdown Brain fog นั้น ก็คือ อาการสมองล้า อาการสมองไม่ค่อยแล่น คิดอะไรม่ค่อยออก ซึ่งเกิดจากการอยู่บ้านนานๆ ในช่วง WFH นั่นเอง โดยอาการของ

Lockdown Brain fog นั้นเกิดจาก 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้

– เหงา
อยู่ห้องคนเดียวไม่ได้ออกไปเจอใคร หรืออยู่บ้านของตัวเองแต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะทุกคนในบ้านก็ต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง

– ไม่ได้เจอใคร
ทำงานอยู่แต่ที่บ้านไม่ได้เจอใครเพราะการทำงานที่บ้านตลอดเวลา

– อยู่ในสถานที่เดิมๆ

อยู่แต่สภาพแวดล้อมเดิมๆ ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศเหมือนเมื่อก่อน

ทั้ง 3 สาเหตุที่ทำให้เกิดLockdown Brain fog นั้นหากปล่อยไว้นานๆ จะส่งผลต่อทักษะการจัดการ การคิด วิเคราะห์ในเรื่องต่างๆ และส่งผลกระทบต่อความทรงจำของเราด้วย และส่งผลกระทบต่อการเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย

 มีวิธีการรับมืออย่างไร

-ออกกำลังกายบ้างหรือทำกิจกรรมเบาๆในบ้าน

เมื่อเราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป นั่งอยู่กับที่นานจนเกินไปแล้วให้ลองลุกจากที่นั่งยืดเสน้ำตาล ยืดสาย เดินขึ้นลงบันได หรือเดินไปมาบริเวณบ้านเพื่อผ่อนคลายบ้าง

-หากิจกรรมใหม่ๆเพื่อคลายเครียด

หากเริ่มรู้สึกเบื่อให้ลองหากิจกรรมมาคลายเครียดบ้าง เช่น ปลูกต้นไม้ ทำอาหาร ทำขนม เล่นเกมส์ หรือลงเรียนคอร์สออนไลน์ในเรื่องที่เราเคยสนใจแต่ไม่เคยมีโอกาส หรือไม่มีเวลามากพอที่จะเรียนรู้สิ่งนั้น

-พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่จริงๆ แล้วการที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นส่งผมต่อสมองของเราได้โดยตรงเลยล่ะ

-แยกพื้นที่ในการใช้ชีวิตประจำวันให้ชัดเจน

ใครที่ชอบกินข้าวหน้าคอม หรือชอบทำกิจกรรมอื่นๆ หน้าโต๊ะคอมให้เลิกทำได้แล้วนะ เพราะการทำทุกอย่างหน้าคอมจะยิ่งทำให้เราไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยนั่นเอง

-หาเพื่อนคุย

หากอยู่กับคนในครอบครัวก็ลองพักจากงานและหันหน้ามาคุยกันบ้าง หรือใครที่อยู่คนเดียวก็ให้ลองแชทหาเพื่อน หรือวิดโอคอลหาเพื่อนบ้างเท่านี้ก็จะช่วยลดความเหงาที่เกิดขึ้นได้แล้วล่ะ

เป็นอย่างไรบ้างกับอาการ Lockdown Brain fog ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และเกิดขึ้นได้เฉพาะช่วงนี้ที่เราต้องกักตัวอยู่บ้าน แต่จริงๆแล้วอาการนี้ นั้นไม่ใช่อาการทางการแพทย์แต่อย่างไร แต่เป็นเพียงคำนิยามที่หลายคนนิยามขึ้นมาในช่วงที่ต้องกักตัวนี้ หากใครที่เข้าข่ายLockdown Brain fog ก็ให้ลองปฏิบัติตัวตามวิธีที่แนะนำไปรับรองเลยว่าคุณจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน หากคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์สามารถแชร์ต่อให้เพื่อนของคุณที่ต้อง wfh เหมือนกันได้เลยนะ

Work from home syndrome อาการเตือนว่าคุณเป็นโรคนี้หรือไม่


สามารถรับข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : คลิกที่นี่

อ้างอิง : คลิกที่นี่

เป็นกำลังใจช่วยแชร์หน่อยค่ะ